วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557

2เปโตร บทที่1





2ปต. 1:1 ​ซี​โม​น เป​โตร ผู้​รับใช้​และ​อัคร​สาวก​ของ​พระ​เยซู​คริสต​เจ้า ถึง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ผู้​ได้​รับ​ความ​เชื่อ​ล้ำค่า​เท่าเทียม​กับ​ความ​เชื่อ​ซึ่ง​เรา​ได้​รับ​จาก​ความ​เที่ยงธรรม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​พระ​เจ้า​และ​พระ​ผู้​ไถ่​ของ​เรา

2ปต. 1:2 ​ขอ​พระ​หรรษ​ทาน​และ​สันติ​สมบูรณ์​จง​มี​แด่​ท่าน เพราะ​ได้​รู้จัก​พระ​เจ้า​และ​พระ​เยซู​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา

2ปต. 1:3 ​ด้วย​พระ​อานุภาพ​ใน​ฐานะ​พระ​เจ้า ​พระ​คริสต​เจ้า​ประ​ทาน​ทุกสิ่ง​ที่​จำเป็น​เพื่อให้​เรา​มี​ชีวิต​อย่าง​เลื่อมใส​ศรัทธา เพราะ​เรา​รู้จัก​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เรียก​เรา​อาศัย​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​และ​พระ​ฤทธานุ​ภาพ​ของ​พระ​องค์

2ปต. 1:4 ​​พระ​องค์​จึง​ประ​ทาน​พระ​พร​ยิ่งใหญ่​ล้ำค่า​ให้​เราตาม​ที่​ทรง​สัญญา​ไว้ เพื่อท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​ความ​เสื่อม​ที่มา​จาก รา​ค​ตัณหา​ใน​โลก เข้า​มา​มี​ส่วนร่วม​ใน​พระ​ธรรม​ชาติ​ของ​พระ​เจ้า

2ปต. 1:5 ​ดังนั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย จง​พยายาม​ทุก​วิถีทาง​ที่​จะ​ใช้​คุณธรรม​เพิ่มพูน​ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน ใช้​ความ​รู้​เพิ่มพูน​คุณธรรม

2ปต. 1:6 ​ใช้​การ​รู้จัก​บังคับ​ตน​เพิ่มพูน​ความ​รู้ ใช้​ความ​อดทน​เพิ่มพูน​การ​รู้จัก​บังคับ​ตน ใช้​ความ​เลื่อมใส​ศรัทธา​เพิ่มพูน​ความ​อดทน

2ปต. 1:7 ​ใช้​มิตรภาพ​ฉัน​พี่​น้อง​เพิ่มพูน​ความ​เลื่อมใส​ศรัทธา ใช้​ความ​รัก​เพิ่มพูน​มิตรภาพ​ฉัน​พี่​น้อง

2ปต. 1:8 ​ถ้า​ท่าน​มี​และ​เพิ่มพูน​คุณธรรม​เหล่า​นี้​อยู่​เสมอ ท่าน​จะ​ไม่​อยู่​อย่าง​ไร้​ประโยชน์ แต่​จะ​มี​ผล​คือ​ได้​รู้จัก​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​มาก​ขึ้น

2ปต. 1:9 ​แต่​ผู้​ที่​ขาด​คุณธรรม​เหล่า​นี้ย่อม​มี​สายตาสั้น​จน​บอด เขา​ลืม​ไป​ว่า​พระ​เจ้า​ทรง​ชำระ​บาป​ที่​เขา​ทำ​ใน​อดีต

2ปต. 1:10 ​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย จง​เอาใจใส่​กระทำ​ให้การ​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เรียก​และ​เลือกสรร​ท่าน​มี​ความ​มั่นคง ถ้า​ท่าน​ปฏิบัติ​เช่นนี้​ท่าน​จะ​ไม่​สะดุด​ล้ม​เลย

2ปต. 1:11 ​ตรงกันข้าม ท่าน​จะ​มี​โอกาส​อย่าง​มาก​ที่​จะ​เข้า​สู่​พระ​อาณา​จักร​นิรันดร​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​และ​พระ​ผู้​ไถ่​ของ​เรา

2ปต. 1:12 ​ข้าพ​เจ้า​ปรารถนา​ให้​ท่าน​ระลึก​ถึง​เรื่อง​เหล่า​นี้อยู่​เสมอ แม้​ท่าน​จะ​รู้​และ​เชื่อมั่น​ใน​ความ​จริง​ที่​มี​อยู่​แล้ว

2ปต. 1:13 ​ข้าพ​เจ้า​คิด​ว่า​ตราบ​ใด​ที่​ข้าพ​เจ้า​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ การ​ที่​ข้าพ​เจ้า​จะ​คอย​ตักเตือน​ท่าน​ให้​ตื่น​อยู่​เสมอ​ก็​เป็น​การ​ถูกต้อง

2ปต. 1:14 ​ข้าพ​เจ้า​รู้​ว่า ข้าพ​เจ้า​จะ​ต้อง​จาก​โลก​นี้​ใน​ไม่​ช้า ดังที่​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​ทรง​แจ้ง​แก่​ข้าพ​เจ้า​ไว้​อย่าง​ชัดเจน​แล้ว

2ปต. 1:15 ​ดังนั้น ข้าพ​เจ้า​จึง​เอาใจใส่​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ระลึก​ถึง​ความ​จริง​เหล่า​นี้​เสมอ แม้​เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​จาก​ไป​แล้ว

2ปต. 1:16 ​เมื่อ​เรา​ประกาศ​ให้​ท่าน​รู้​ถึง​พระ​ฤทธานุ​ภาพ​และ​การ​เสด็จ​มา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​นั้น เรา​มิได้​พูด​ตาม​นิยาย​งมงาย​ที่​สร้าง​ขึ้นแต่​เรา​ประจักษ์​ด้วย​ตา​ตนเอง​ถึง​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระ​องค์

2ปต. 1:17 ​​พระ​องค์​ทรง​รับ​พระ​เกียรติ​และ​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​จาก​พระ​เจ้า​พระ​บิดา​เมื่อ​มี​เสียง​ตรัส​จาก​พระ​สิริ​รุ่งโรจน์​ที่​ยิ่งใหญ่​มา​สู่​พระ​องค์​ว่า “ผู้​นี้​เป็น​บุตร​สุดที่รัก​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​พอใจ”

2ปต. 1:18 ​เรา​ได้ยิน​เสียง​นี้​มา​จาก​สวรรค์​ขณะที่​เรา​อยู่​กับ​พระ​องค์​บน​ภูเขา​ศักดิ์​สิทธิ์​นั้น

2ปต. 1:19 ​เรา​ยัง​มี​ถ้อยคำ​ที่​น่า​เชื่อถือ​ยิ่งกว่านั้น​ของ​บรรดา​ประ​กา​ศก​และ​จะ​เป็น​การ​ดี​ถ้า​ท่าน​สนใจ​ถ้อยคำ​เหล่า​นี้ รับ​ถ้อยคำ​ดังกล่าว​เป็น​เสมือน​แสง​ประทีป​ส่อง​สว่าง​ใน​ที่​มืด จนกว่า​อรุณ​จะ​ทอ​แสง และ​ดาว​ประจำ​รุ่ง​จะ​ปรากฏ​ขึ้น​ใน​จิตใจ​ของ​ท่าน​

2ปต. 1:20 ​จง​รู้​เถิด​ว่า สิ่ง​สำคัญ​ที่สุด​คือ​การ​ตี​ความ​ถ้อยคำ​ของ​บรรดา​ประ​กา​ศก​ใน​พระ​คัมภีร์​มิใช่​เรื่อง​ส่วนบุคคล

2ปต. 1:21 ​เพราะ​ไม่​เคย​มี​ถ้อยคำ​ใด​ของ​บรรดา​ประ​กา​ศก​ที่มา​จาก​เจตนารมณ์​ของ​มนุษย์ แต่​มนุษย์​กล่าว​ถ้อยคำ​ซึ่ง​มา​จาก​พระ​เจ้า​ตาม​ที่​พระ​จิต​เจ้า​ทรง​ดลใจ


บทอ่านประจำวัน 28 ธันวาคม 57 อาทิตย์ ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ศักดิ์สิทธิ์





ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

28 ธันวาคม 2014

บทอ่าน     บรส 3:2-6, 12-14  ;  คส 3:12-21  ;  ลก 2:22-40

พระวรสารสัมพันธ์กับ     คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก  (CCC)   149, 529, 575, 583, 587, 618, 695, 711, 713

จุดเน้น     ครอบครัวคริสตชนต้องเลียนแบบชีวิตครอบครัวศักดิ์สิทธิ์





         พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ของเรา  ได้ปฏิสนธิในครรภ์ของพระนางพรหมจารีมารีย์  ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระจิตเจ้า  และประสูติในครอบครัวที่น่ารักเอาใจใส่กันและศักดิ์สิทธิ์  ทั้งนักบุญโยเซฟบิดาเลี้ยง  และพระมารดามารีย์  เป็นชาวยิวที่ศรัทธา  รักพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง  ซื่อสัตย์และเชื่อฟังทุกสิ่งที่พระเจ้าได้ขอให้ทั้งสองกระทำ  ทั้งสองได้รักและให้เกียรติกันและกันฉันสามีภรรยาจนตลอดชีวิต  ได้เอาใจใส่เลี้ยงดูพระกุมารเยซูด้วยความรัก  ทั้งด้วยคำพูดและแบบอย่างในการรักพระเจ้าและเชื่อฟังพระองค์



    เรามีโอกาสดีฟังพระวรสารวันนี้  ช่วยให้เห็นแบบอย่างความศักดิ์สิทธิ์น่าประทับใจในชีวิตของนักบุญโยเซฟ  พระนางมารีย์  และพระเยซูเจ้า  ซึ่งอยู่ด้วยกันในฐานะครอบครัวหนึ่ง     นักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์พาพระกุมารเยซูไปที่พระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม  ตามธรรมบัญญัติ  เพื่อแสดงตนและถวายพระกุมารแด่พระเจ้า  ขณะที่พวกเขากำลังอยู่ในพระวิหารเพื่อทำตามธรรมบัญญัติ  นักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์ได้พบกับสิเมโอซึ่งเป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า  ผู้เปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า  สิเมโอรับพระกุมารมาอุ้มไว้และกล่าวถวายพระพรแด่พระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า  บัดนี้  พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุข  ตามพระดำรัสของพระองค์  เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น  ผู้ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาประชาชาติ  เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์  และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์”  เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้  นักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์ประหลาดใจและสงสัยในอนาคตของพระกุมารเยซู



    หลังจากที่ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติทุกประการแล้ว  นักบุญโยเซฟและพระนางมารีย์ก็พาพระกุมารเยซูกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธ  พวกเขาดำเนินชีวิตในความรักและเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและระหว่างกัน  ได้ทำหน้าที่เลี้ยงดูพระองค์ด้วยความรักและเอาใจใส่  ผลที่ตามมา คือ พระเยซูเจริญวัยแข็งแรงขึ้น  ทรงพระปรีชาญาณ  และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า



    บัดนี้  พี่น้องถามตนเองได้ว่า

•    วิธีดำเนินชีวิตของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์สอนอะไรแก่เราสมัยปัจจุบัน

ประการแรก    ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เป็นแบบอย่างสำหรับครอบครัวคริสตชน  หมายความว่าทุกครอบครัวในพระศาสนจักร  ถูกเรียกให้มุ่งสู่ความศักดิ์สิทธิ์   เพื่อจะเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์  สามีภรรยาคริสตชน  เหมือนโยเซฟและพระนางมารีย์  จำเป็นต้องรักพระเจ้า  และซื่อสัตย์   ให้พระองค์สำคัญเป็นอันดับแรกในชีวิต  นี่เป็นรากฐานมั่นคงสำหรับการแต่งงานซึ่งยาวนานทั้งชีวิต  นำสามีภรรยาให้เป็นหนึ่งเดียวกันในความรักพระเจ้าและรักกัน  ช่วยครอบครัวให้มั่นใจว่าสมาชิกทุกคนจะเป็นหนึ่งเดียวกันในความรักพระเจ้าและรักกัน



คุณลักษณะอื่นที่จำเป็น คือ นอบน้อมเชื่อฟังพระเจ้า  และดำเนินชีวิตในความรัก  และเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและกันและกัน  ก็คือการภาวนาและปฏิบัติความเชื่อด้วยความจริงใจ  ครอบครัวคริสตชนเป็นสถานที่ที่สมาชิกเติบโตในความเชื่อ  เป็นที่สมาชิกแต่ละคนรักกันและช่วยเหลือสนับสนุนกัน  พัฒนาให้ดีที่สุดเท่าที่สามารถ  เป็นสถานที่ที่สมาชิกแต่ละคนฉายแสงแห่งความดี  เป็นแบบอย่างแก่คนอื่น  การภาวนาด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ  และการไปร่วมพิธีมิสซาด้วยกัน  เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตครอบครัว



สรุป  ให้พระเจ้าเป็นอันดับแรก  แล้วรักและสนับสนุนกันด้วยการภาวนาและการไปร่วมมิสซาด้วยกัน  ครอบครัวอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์  เป็นตัวอย่างดีแก่คนอื่นในชีวิต  ครอบครัวเช่นนี้จะมีสันติสุขและความยินดี



พระสังฆราชวีระ  อาภรณ์รัตน์  แปล

จาก  Homilies  โดย Catholic  Diocese  of  Lansing,

(ตุลาคม – ธันวาคม  2014), หน้า 548 - 550.

บทอ่านประจำวัน 28 ธันวาคม 57 อาทิตย์ ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ศักดิ์สิทธิ์





วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2014

ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า พระแม่มารีย์ และนักบุญโยเซฟ

บทอ่านจากหนังสือบุตรสิรา ( บสร 3:3-7, 14-17ก )

บุตรที่ยำเกรงบิดาก็ชดเชยบาปของตน บุตรที่ให้เกียรติมารดาก็เหมือนกับสะสมทรัพย์สมบัติไว้ ผู้ที่ยำเกรงบิดาก็มีความสุขจากบุตรของตน เมื่อเขาอธิษฐานภาวนา พระเจ้าก็จะทรงฟังเขา บุตรที่ให้เกียรติบิดาจะมีอายุยืน บุตรที่เชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทำให้มารดาชื่นใจ ผู้ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าย่อมให้เกียรติแก่บิดา เขารับใช้บิดามารดาเหมือนรับใช้เจ้านาย




     เพราะพระเจ้าจะไม่ทรงลืมความเมตตาของท่านต่อบิดา พระองค์จะทรงนับว่าความเมตตานั้นเป็นการใช้โทษบาปของท่าน เมื่อท่านตกทุกข์ได้ยาก พระเจ้าจะทรงระลึกถึงท่าน บาปของท่านจะสลายไปดุจน้ำแข็งละลายเมื่อถูกแสงแดด บุตรที่ละทิ้งบิดาก็เหมือนผู้กล่าวดูหมิ่นพระเจ้า บุตรที่ทำให้มารดาเสียใจ จะถูกองค์พระผู้เป็นเจ้าสาปแช่ง
     ลูกเอ๋ย ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด จงทำด้วยความถ่อมตนเถิด แล้วท่านจะเป็นที่รักมากกว่าคนให้ของกำนัล



บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโคโลสี  ( คส 3:12-21 )


     พี่น้อง ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่รักของพระองค์ จงเห็นใจกัน จงมีความใจดี ความถ่อมตน ความอ่อนโยนและความพากเพียรอดทนเป็นเสมือนเครื่องประดับตน จงผ่อนหนักผ่อนเบากัน หากมีเรื่องผิดใจก็จงยกโทษกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยความผิดของท่านอย่างไร ท่านก็จงให้อภัยแก่เขาอย่างนั้นเถิด แต่เหนือสิ่งใดจงมีความรัก ซึ่งรวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าครอบครองดวงใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านทั้งหลายให้รวมเป็นกายเดียวกันก็เพื่อจะได้บรรลุถึง สันติสุขนี้เอง จงระลึกถึงพระคุณนี้เถิด
ขอ พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านอย่างเต็มเปี่ยม จงสอนและตักเตือนกันด้วยปรีชาญาณ จงขอบพระคุณพระเจ้าโดยการขับร้องบทเพลงสดุดี เพลงสรรเสริญ และบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จากใจจริง ท่านจะพูดเรื่องใดหรือทำกิจการใด ก็จงพูดจงทำในพระนามของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยทางพระองค์เถิด ภรรยา จงอยู่ใต้อำนาจของสามีตามสมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า สามี จงรักภรรยาและอย่าทำให้นางรู้สึกขมขื่น บุตร จงเชื่อฟังบิดามารดาในทุกสิ่ง เพราะการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า บิดาก็จงอย่าขัดใจบุตรเกินไป จนเขาท้อแท้หมดกำลังใจ



บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา ( ลก 2:22-40 )


     เมื่อครบกำหนดเวลาที่มารดาและบุตรจะต้องทำพิธีชำระมลทินตามธรรมบัญญัติของ โมเสส โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์นำพระกุมารไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่ พระเจ้า มีเขียนไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้าว่า จะต้องถวายบุตรชายคนแรกแด่พระเจ้า และถวายเครื่องบูชาคือนกเขาหนึ่งคู่หรือนกพิราบสองตัวตามที่มีกำหนดไว้ใน ธรรมบัญญัติของพระเจ้า 
     เวลานั้น ที่กรุงเยรูซาเล็ม ชายผู้หนึ่งชื่อสิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า เขารอคอยความรอดพ้นของอิสราเอล พระจิตเจ้าสถิตอยู่กับเขา และทรงเปิดเผยให้เขารู้ว่า เขาจะไม่ตายก่อนที่จะได้เห็นพระคริสต์ของพระเจ้า พระจิตเจ้าทรงนำสิเมโอนเข้าไปในพระวิหาร ขณะที่โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์นำพระกุมารเข้ามาปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติ กำหนดไว้ สิเมโอนรับพระกุมารมาอุ้มไว้ และกล่าวถวายพระพรแด่พระเจ้าว่า
“ข้า แต่พระเจ้า บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุข ตามพระดำรัสของพระองค์ เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น ผู้ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาประชาชาติ เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์ และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์”
     โยเซฟประหลาดใจในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระกุมาร พระนางมารีย์ก็ทรงรู้สึกเช่นเดียวกัน สิเมโอนอวยพรท่านทั้งสองและกล่าวแก่พระนางมารีย์ พระมารดาว่า “พระเจ้าทรงกำหนดให้กุมารนี้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากในอิสราเอลต้องล้มลง หรือลุกขึ้น และเป็นเครื่องหมายแห่งการต่อต้าน เพื่อความในใจของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย” ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน
ประ กาศกหญิงคนหนึ่งชื่ออันนา เป็นบุตรหญิงของฟานูเอลจากเผ่าอาเชอร์ นางชรามากแล้ว แต่งงานตั้งแต่ยังสาว อยู่กับสามีเจ็ดปี หลังจากนั้นก็เป็นม่าย เวลานี้อายุแปดสิบสี่ปี ไม่ได้ออกจากพระวิหารเลย อยู่รับใช้พระเจ้าทั้งกลางวันกลางคืนโดยจำศีลอดอาหารและอธิษฐานภาวนา นางเข้ามาในเวลานั้นพอดี ขอบพระคุณพระเจ้าและกล่าวถึงพระกุมารให้ทุกคนที่กำลังรอคอยการไถ่กู้กรุง เยรูซาเล็มฟัง
เมื่อ โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติของพระเจ้ากำหนดไว้ สำเร็จทุกประการแล้ว ก็กลับไปที่นาซาเร็ธ เมืองของตนในแคว้นกาลิลี พระกุมารทรงเจริญวัยแข็งแรงขึ้น ทรงพระปรีชาญาณอย่างสมบูรณ์ และพระหรรษทานของพระเจ้าสถิตอยู่กับพระองค์

เราคือผู้เลี้ยงแก่ะของพระคริสต์

1เปโตร 5:2 จงเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ในความดูแลของท่าน จงดูแลด้วยความเต็มใจตามพระประสงค์ของพระเจ้ามิใช่ดูแลด้วยจำใจ จงดูแลด้วยความสมัครใจ มิใช่ดูแลเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง
1ปต. 
5:3 จงเป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะมิใช่เป็นเหมือนเจ้านายเหนือผู้ที่อยู่ใต้ปกครอง
การเลี้ยงดูแก่ะเป็นหน้าที่หนึ่งของพี่น้องที่รักในพระคริสต์ใครคือแก่ะ แก่ะตรงนี้คือพี่น้องที่แรกเชื่อ คือพี่น้องที่หลงหายไปจากทางขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า เบี่ยงเบนไปทางโลกบ้าง ทางกระแสแห่งความเห็นผิดมิจฉาทิฐิลัทธิเทียมเท็จบ้าง เราเป็นผู้เลี้ยงเราต้องนำเขากับมาในทางขององค์พระเยซูคริสต์สอนเขาให้มีหลักในพระคำของพระองค์เป็นที่มั่น
ดังนั้นจงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ฝูงแก่ะด้วยการอ่านพระคัมภีร์ อธิษฐานประชุม ดำเนินชีวิตที่แบ่งแยกบริสุทธิ์อย่างเด็ดขาด เพื่อทำให้พี่น้องแก่ะที่ทารกได้เห็นเราเป็นแบบอย่างคือองค์พระคริสต์ในตัวเราออกมา
เราต้องดูแลฝูงแก่ะแบบพี่น้องแบบพ่อกับลูก แบพระเยซูคริสต์ที่วางแบบอย่างไว้
ดั้งนั้นเราต้องดูแลเลี้ยงดูแก่ะของพระเจ้าด้วยความเต็มใจไม่ใช่เพราะฝืนใจทำหน้าที่บังคับบัญชา และไม่เห็นแก่เงินทองรางวัลสิ่งของใดๆๆอย่างฝูงแก่ะ
การกับสู่ความรักดั่งเดิมทำให้เราเลี้ยงดูแก่ะของพระเจ้าด้วยความรักเมตตาอย่างเต็มใจเพราะเรารักพระคริสต์ ยำเกรงในพระองค์
ขอบคุณความรักมั่นคงที่พระคำในวันนี้เตือนข้าพระองค์ให้ดูแลฝูงแก่ะของพระเจ้า วันนี้ข้าพระองค์เต็มใจอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้เลี้ยงแก่ะของพระองค์ เอเมน

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Living Life 19122014เดี่ยวใน โคโลสี บทที่ 2 ข้อ 8 ถึง 15 กับ อาจารย์ปดิ...





คส. 2:8 จง​ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้​ใคร​ทำ​ให้​พวก​ท่าน​ตก​เป็น​ทาส​ด้วย​หลัก​ปรัช​ญา และ​คำ​หลอก​ลวง​ที่​เหลว​ไหล​ตาม​ตำ​นาน​ของ​มนุษย์ ตาม​พวก​ภูต​ผี​ที่​ครอบ​งำ​ของ​จักร​วาล ไม่​ใช่​ตาม​พระ​คริสต์

คส. 2:9 เพราะ​ว่า​ความ​เป็น​พระ​เจ้า​ที่​ครบ​บริ​บูรณ์​ทั้ง​สิ้น​ดำ​รง​อยู่​ใน​พระ​กาย​ของ​พระ​องค์

คส. 2:10 และ​พวก​ท่าน​ได้​รับ​ความ​ครบ​บริ​บูรณ์​ใน​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เป็น​ศีรษะ​เหนือ​ภูต​ผี​ที่​ครอบ​ครอง​และ​ภูต​ผี​ที่​มี​อำ​นาจ​ทั้ง​หมด

คส. 2:11 ใน​พระ​องค์​นั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​รับ​การ​เข้า​สุหนัต​ด้วย​พิธี​เข้า​สุหนัต​ที่​ไม่ได้​ทำ​ด้วย​มือ​มนุษย์ โดย​การ​ขจัด​เนื้อ​หนัง​บาป​ด้วย​การ​เข้า​สุหนัต​จาก​พระ​คริสต์

คส. 2:12 พวก​ท่าน​ถูก​ฝัง​ร่วม​กับ​พระ​องค์​ใน​การ​บัพ​ติศ​มา ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ท่าน​เป็น​ขึ้น​มา​ร่วม​กับ​พระ​องค์​ด้วย โดย​ความ​เชื่อ​ใน​พลา​นุ​ภาพ​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​พระ​องค์​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย

คส. 2:13 และ​ท่าน​ซึ่ง​ตาย​แล้ว​เนื่อง​ด้วย​การ​ละเมิด​ทั้ง​หลาย และ​เนื่อง​ด้วย​การ​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต​ใน​เนื้อ​หนัง​ของ​พวก​ท่าน พระ​เจ้า​ทรง​ทำให้​พวก​ท่าน​มี​ชีวิต​ร่วม​กับ​พระ​คริสต์ และ​ทรง​ให้​อภัย​การ​ละเมิด​ทั้ง​หลาย​ของ​เรา

คส. 2:14 พระ​องค์​ทรง​ฉีก​เอก​สาร​หนี้​ที่​มี​คำสั่ง​ต่างๆ ซึ่ง​ต่อ​สู้​และ​ขัด​ขวาง​เรา และ​ทรง​ขจัด​ไป​เสีย​โดย​ตรึง​ไว้​ที่​กาง​เขน

คส. 2:15 พระ​องค์​ทรง​ปลด​พวก​ภูต​ผี​ที่​ครอบ​ครอง​และ​พวก​ภูต​ผี​ที่​มี​อำ​นาจ พระ​องค์​ทรง​ประ​จาน​พวก​มัน​อย่าง​เปิด​เผย และ​มี​ชัยชนะ​เหนือ​พวก​มัน​โดย​ทาง​กาง​เขน​นั้น


บทอ่านประจำวัน 19 ธันวาคม 57 ศุกร์





วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2014

สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ลก 1:5-25…

5ในรัชสมัยของกษัตริย์เฮโรดผู้ปกครองแคว้นยูเดีย สมณะผู้หนึ่งชื่อเศคาริยาห์ ประจำเวรในหมวดของอาบียาห์ มีภรรยาชื่อเอลีซาเบธ จากตระกูลสมณะอาโรน 6ทั้งสองคนเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อกำหนดทุกข้อของพระเจ้าโดยไม่มีข้อตำหนิ 7แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตร เพราะนางเอลีซาเบธเป็นหมัน และทั้งสองคนชรามากแล้ว
8วันหนึ่ง เศคาริยาห์กำลังปฏิบัติหน้าที่สมณะเฉพาะพระพักตร์ตามเวรในหมวดของตน



9ตามธรรมเนียมของสมณะ เขาจับสลากได้หน้าที่เข้าไปในพระวิหารของพระเจ้าเพื่อถวายกำยาน 10ขณะที่มีการถวายกำยาน ประชาชนที่มาชุมนุมกันต่างอธิษฐานภาวนาอยู่ภายนอก
11ทันใดนั้น ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้าปรากฏองค์ยืนอยู่เบื้องขวาของพระแท่นถวายกำยาน 12เมื่อเศคาริยาห์เห็นก็รู้สึกวุ่นวายใจและมีความกลัวอย่างมาก 13แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่เขาว่า “เศคาริยาห์ อย่ากลัวเลย พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว เอลีซาเบธภรรยาของท่านจะให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่ายอห์น 14ท่านจะมีความชื่นชมยินดีและคนจำนวนมากจะยินดี ที่เขาเกิดมา 15เพราะว่าเขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เขาจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นหรือสุราเมรัยเลย เขาจะรับพระจิตเจ้า เต็มเปี่ยมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา 16เขาจะนำบุตรหลานของอิสราเอลจำนวนมากกลับมายังองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเรา 17เขาจะมีจิตใจและพลังของประกาศกเอลียาห์ มาเตรียมรับการเสด็จมาของพระองค์ เพื่อทำให้บิดาคืนดีกับบุตรและทำให้ผู้ไม่เชื่อฟังกลับมีจิตสำนึกของผู้ชอบ ธรรม เป็นการเตรียมประชากรให้พร้อมที่จะรับเสด็จองค์พระผู้เป็นเจ้า” 18เศคาริยาห์จึงถามทูตสวรรค์ว่า “ข้าพเจ้าจะแน่ใจเรื่องนี้ได้อย่างไร ข้าพเจ้าชราแล้ว และภรรยาของข้าพเจ้าก็อายุมากแล้วด้วย” 19ทูตสวรรค์จึงตอบว่า “ข้าพเจ้าคือกาเบรียล ซึ่งเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาพูดกับท่านและนำข่าวดีนี้มาแจ้งให้ท่านทราบ 20แต่ท่านไม่เชื่อคำของข้าพเจ้า ซึ่งจะเป็นจริงเมื่อถึงเวลากำหนด ดังนั้น ท่านจะเป็นใบ้จนถึงวันที่เหตุการณ์นี้จะเป็นจริง” 21ขณะนั้น ประชาชนกำลังคอยเศคาริยาห์อยู่ รู้สึกประหลาดใจที่เขาอยู่ในพระวิหารนาน 22เมื่อเขาออกมาและพูดไม่ได้ ประชาชนจึงเข้าใจว่าเขาเห็นนิมิตในพระวิหาร เขาทำได้เพียงแสดงท่าทาง แต่พูดไม่ได้
23เมื่อหมดวาระทำหน้าที่ในพระวิหารแล้ว เศคาริยาห์ก็กลับไปบ้าน 24ต่อมาไม่นานนางเอลีซาเบธภรรยาของเขาก็ตั้งครรภ์ นางเก็บตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลาห้าเดือน 25นางกล่าวว่า “พระเจ้าทรงทำเช่นนี้เพื่อข้าพเจ้า บัดนี้พระองค์พอพระทัยช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความอับอายที่ข้าพเจ้ามี ต่อหน้าคนทั้งหลายแล้ว”





อรรถาธิบายและไตร่ตรอง



• พี่น้องที่รักพ่อเคยอธิบายชื่อของคนสามคนในครอบครัวที่เอนคาริม แคว้นยูเดีย คือ ครอบครัวที่เราได้ยินชื่อจากพระวรสารวันนี้ ครอบครัวของเศคาริยาห์ เอลีซาเบธ และยอห์นผู้ที่พระเจ้าประทานให้บังเกิดจากท่านทั้งสอง




• พ่อขอทบทวนชื่อของทั้งสามในครอบครัวนี้อีกครั้งครับ...

1. เศคาริยาห์ บิดาของนักบุญยอห์นบัปติส ท่านเป็นสมณะ และชราแล้วโดยไม่มีบุตร ชื่อของท่าน ภาษาฮีบรูเพราะมากๆ Zechariah แปลว่า “พระยาห์เวห์ทรงระลึกถึง” นักบุญลูกาผู้นิพนธ์พระวรสารต้องการเน้นว่า พระยาห์เวห์ไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับดาวิด กับอับบราฮัมและบุตรหลานตลอดไป พระเจ้าทรงระลึกถึง ทรงใส่พระทัยจริงๆ
2. นางเอลีซาเบธ มารดาของนักบุญยอห์นบัปติส หญิงชราที่เป็นหมันด้วย แต่ที่สุด พระเจ้าทรงประทานบุตรให้... ชื่อของเอลีซาเบธ ELiZabeth เพราะมากเช่นกัน แปลว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงสัญญาหรือสาบานไว้” เพราะพระเจ้าทรงสัญญาไว้แต่โบราณกาลว่าจะประทานพระผู้ช่วยให้รอด พระแมสซียาห์ พระคริสตเจ้า ดังนั้น ชื่อของนางจึงเป็นการประกาศสัญญาของพระเจ้า
3. ยอห์น นักบุญยอห์น Johanan หรือ เยโฮ ฮานัน หรือ โยห์ ฮานัน แปลว่า “พระยาห์เวห์ทรงพระกรุณา” พระเจ้าในที่สุดทรงสำแดงพระกรุณาแก่ประชากร...



• ภาพลักษณ์ของครอบครัวเศคาริยาห์เอลีซาเบธ พ่อเห็นว่ามีประเด็นที่น่าไตร่ตรองและมีความหมายมากๆอย่างยิ่ง คือ 


o เศคาริยาห์ ชรามากแล้ว ไม่มีบุตร เป็นสมณะ


o เอลีซาเบธ ชรามากเช่นกัน และเป็นหมัน


o ความชราและเป็นหมัน ในพระคัมภีร์เป็นเครื่องหมายของความจำกัด น่าเสียดาย ไม่มีบุตร ไม่มีความยินดีเลยจริงๆ น่าเศร้าจริงๆ ที่ชาวยิวที่ศรัทธาเช่นนี้ รับใช้พระเจ้าเช่านี้จะไม่มีบุตร ดูหมดอนาคต อนาคตมีแต่หวัง หวัง คอย คอย และก็คอยรอคอยความยินดีถ้าพระเจ้าจะทรงพระเมตตา


o ภาพลักษณ์ของชายชราและหญิงหมันคือภาพของความสิ้นหวังและความเป็นไปไม่ได้ แต่ในที่สุดพระเจ้าจะทรงกระทำให้กำเนิดบุตร คือ ประทานความหวัง และที่สำคัญ บุตรที่เกิดมาคือพระพรและความสามารถของพระเจ้าที่จะทรงกระทำให้เป็นความจริง มีหลายตัวอย่างในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมที่เราเห็น ชายชราและหญิงหมันกลับมีบุตรในที่สุดแม้ในวัยชรา เพื่อแสดงให้เห็นพระอานุภาพของพระเจ้า... เช่น


1. อับราฮัม ซาราห์ ให้กำเนิดอิสอัค


2. การกำเนิดของแซมซัน


3. การกำเนิดของซามูเอลจากนางฮันนาและเอลคานาห์


o ต้องกล่าวว่า พันธสัญญาเดิมมีลักษณะเช่นนี้จริงๆ คือใช้ความแก่ชรา และความเป็นหมันที่สิ้นหวังที่จะให้กำเนิดบุตร และที่สุด พระเจ้าก็ประทานให้.. ตลอดพันธสัญญาเดิม มีภาพนี้อยู่เนืองๆ


o ที่สุด... คู่ที่ใกล้พระเยซูที่สุด คือ คู่ของเศคาริยาห์กับนางเอลีซาเบธ... เรื่องราวของความสิ้นหวังก็กลับมีความหวังเช่นกัน กลับมีบุตรเช่นกัน ทูตสวรรค์กาเบรียล (GabriEL ภาษาฮีบรูแปลว่า พลังของพระเจ้า เพราะไม่มีอะไรที่พระเจ้าจะกระทำไม่ได้)


o พระวรสารวันนี้ ในเรื่องของเศคาริยาห์ ลูกาเริ่มพระวรสารที่เรื่องการแจ้งสารการบังเกิดของยอห์นบัปติส ผ่านทางเศคาริยาห์ เพื่อเป็นการเตรียมการบังเกิดมาของพระเยซูคริสตเจ้าจริงๆ



• พี่น้องที่รัก พ่อขอสรุปภาพให้เห็นว่า จากพันธสัญญาเดิมจากอับราฮัมมีพระสัญญาและการรอคอยมา 2,000 ปี ในระหว่างสองพันปีมีการรอคอยและมีความหวังจริงๆ มีตัวอย่างความหวัง และความยินดีในหลายๆคู่สามีภรรยาผู้ชรามากและเป็นหมันด้วย...



• คู่สามีภรรยาของเศคาริยาห์และเอลีซาเบธเป็นเหมือนอะไร....??? พ่อมีคำตอบ 


o ครอบครัวของเศคาริยาห์และเอลีซาเบธ เป็นเสมือนสะพานเชื่อจากพันธสัญญาเดิมสู่พันธสัญญาใหม่จริงๆ ครับ นักบุญลูกาจัดวางไว้อย่างสวยงามมาก ให้สองคนที่สิ้นหวังกลับมีความหวัง และป็นดังการรอคอยที่จะมาสู่จุดที่สูงสุดจริงๆ


o จากคู่ชายชราและหญิงหมันคู่สุดท้ายของพันธสัญญาเดิม กำลังจะให้กำเนิด “ยอห์น” ซึ่งเป็นผู้นำหน้าพระเยซูคริสตเจ้า ผู้นำหน้าพระผู้ช่วยให้รอด ยอห์นผู้เป็นเสียงร้องของประกาศกให้เตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เพื่อสั่งให้เตรียมทางสำหรับรับเสด็จพระคริสตเจ้า


o โดยชื่อของทั้งสามคนชี้ให้เห็นว่า “พระเยซูผู้จะเสด็จมาบังเกิดจากพระนางมารีย์ นั้นคือสูงสุดของ การระลึกถึงของพระเจ้าพระยาห์เวห์ (เศคาริยาห์) และพระเยซูคือคำสาบานสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้ (เลีซาเบธ) ที่สุด พระเยซูผู้จะบังเกิดมานี้แหละคือ “พระกรุณา hesed หรือความรักมั่นคงของพระเจ้า” (เยโฮฮานัน หรือยอห์น) 


o สรุปว่า ครอบครัวของเศคาริยาห์ คือ ผู้เตรียมต้อนรับการบังเกิดมาของพระเยซูคริสตเจ้าจริงๆ นั่นเอง



• พี่น้องที่รักครับ... พ่อมีข้อเสนอครับ


1. ให้เราทุกครอบครัว ได้เป็นผู้ประกาศเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าในโอกาสคริสตสมภพปีนี้ด้วยกัน อย่างเต็มที่ครับ... ขอให้ครอบครัวของเราทุกครอบครัว อบอวลด้วยกลิ่นหอมของกำยานและศรัทธาภักดีในพระองค์ ทุกครอบครัวนะครับ รักกันมากๆ ให้ความรักของเราเป็นการเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระเจ้าองค์ความรักครับ


2. ขอให้เราได้รอคอยกันและกันด้วยความหวัง มีความหวังในกันและกันเสมอ อย่าสิ้นหวังในกันและกัน และเชื่อมั่นในกันและกัน ครอบครัว ชุมชนวัด สภาอภิบาล และสัตบุรุษทุกคนพร้อมกับพระสงฆ์ นักบวช เจ้าวัดโดยเฉพาะเลยครับ... ขอให้เราอย่าได้ดับความหวังของกันและกัน โดยเฉพาะความหวังเล็กๆน้อยๆ ของบรรดาผู้ยากไร้และคนที่ต้องการความหวัง


3. คริสต์มาสปีนี้ อย่าดับความหวังของใครเลยนะครับ แต่ต้องทำให้ทุกคนได้สมหวัง ถ้าเราสามารถ มีความสามารถ ช่วยได้ ให้ได้ โดยเฉพาะบรรดานายจ้างที่เป็นคริสตชน อย่าดับความหวัง ปิดความหวังของคนที่เป็นลูกจ้างของเรา... บริษัทที่มีเจ้าของเป็นคาทอลิก สมาชิกในบริษัทของเราต้องมีความสุขสมหวังกว่าที่อื่นๆ ได้รับความยุติธรรมสุด อย่าผิดความยุติธรรม และเติมเต็มความรัก ความหวังให้เต็มเปี่ยมนะครับ


4. ขอให้เราแต่ละคน อย่าได้ละจากความรัก ความใจดี ความเมตตา พระกรุณา หรือความซื่อสัตย์ในความรักของพระเจ้าเลยนะครับ... ขอให้เราทุกคนช่วยกันน้ำหน้าประกาศให้ทุกคนรู้ว่า พระเยซูคริสตเจ้าพระกุมารน้อยองค์ความรักได้บังเกิดแล้ว ในชีวิตจิตใจที่แสนดีของเราทุกคนครับ... ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เลียนแบบพระคริสต์ ภาคที่1 บทที่8 ตอนที่2

จงรักทุกคน แต่หลีกเลี่ยงความใกล้ชิดสนิทสนม
บางครั้งแค่ได้ยินเรื่องราวที่ดีของเขา
เราก็นับถือเขาทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักหรือพูดจากันเลย
แต่เมื่อได้พบความนับถือที่เคยมีกับลดน้อยลง
บางครั้งเราคิดว่าถ้าได้ติดต่อบ่อยๆเขาอาจจะยินดี
แต่บางทีอาจเป็นตรงข้ามก็ได้ 
เขาอาจจะผิดหวังเพราะเห็นความบกพร่องในตัวเรา

การแสดงความรักพี่น้องเป็นสิ่งที่ดียามพี่น้องบกพร่องในวิญญาณเราก็ส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ ยามพี่น้องพบอุปสรรคขัดสนเราก็ช่วยเหลือจุนเจือพี่น้องได้ แต่อย่าเข้าไปสนิทสนมกับชีวิตของเขามากนักจนำให้เขาเกิดความรู้สึกเราบากใจต่อเราเป็นอันมาก การได้ยินเรื่องราวของผู้รับใช้ทีดีแต่การคลุกคลีอาจทำให้เราผิดหวังเพราะไม่เหมือนเรื่องที่เราได้ยินกับเห็นด้วยตาเจอด้วยตัวดังนั้นเราควรรักษาระดับไว้ห่างๆๆเพื่อไม่ให้ตัวเราต้องมองพี่น้องไม่ดี ไม่ควรติดต่อกับพี่น้องผู้รับใช้บ่อยๆๆจนทำให้เหมือนว่าเราเป็นนายทาส และเราอาจผิดหวังที่ไม่ได้เป็นไปตามความประสงค์และตามที่เราคาดหวังไว้ ขอพระคุณพระเจ้าเมตตาแก่เราที่จะรักและเชื่อในพระเจ้าที่แสนดีด้วยความยำเกรงเอเมน.

เลียนแบบพระคริสต์ ภาคที่1 บทที่8 ตอนที่1


อย่าเปิดใจของท่านแก่ทุกคน 
แต่จงปรึกษาเรื่องของท่านกับผู้มีปรีชาญาณและยำเกรงพระเจ้า
การเปิดใจโดยไม่รอบครอบเราจะด่วนทำอะไรที่ไม่ได้มาจากพระประสงค์ของพระเจ้า ดังนั้นเราควรนำเรื่องต่างๆของเราปรึกษากับผู้ที่รักพระเจ้าเชื่อพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ

อย่าติดต่อกับคนหนุ่มสาวให้บ่อยนัก 
รวมทั้งผู้ฝักใฝาทางโลก อย่าประจบคนร่ำรวย อย่าใฝ่ฝันเข้าสังคมชั้นสูง พี่น้องที่ดำเนินตามพระวิญญาณนำพาต้องไม่แนบสนิทกับโลกที่หลอกล่อมาจากมารซาตานเพราะความร่ำรวย และวัยหนุ่มสาวก็ร่วงโรบไปตามกาลเวลาไม่เที่ยงแท้

จงคบหาคนสุขภาพ คนซื่อ คนศรัทธา และคนอยู่ในศีลในธรรม
จงสนทนากับเขาเรื่องที่ส่งเสริมศรัทธา
การคบคนสุขก็คือคนที่มีปัญญามีความเชื่อและยำเกรงพระเจ้า
การสนทนากับผู้เชื่อในพระเจ้าจะทำให้การดำเนินชีวิตในวิญญาณของเราเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ

อย่าสนิทสนามกับสตรี แต่จงฝากฝังสุภาพสตรีที่ดีเหล่านั้นไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า นับเป็นการเตือนสุภาพชนให้เราห่างจากคนที่ไม่ใช่คู่ครองเพื่อเลี่ยงเลี้ยงราคะตัณหาอย่าสิ้นเชิง

จงปรารถนาที่จะใกล้ชิดองค์พระผู้เป็นเจ้า และบรรดาเทวดาของพระองค์ การใกล้ชิดพระเจ้าคือการที่เราสนิทกับพระคำของพระองค์ เทวดาคือผู้ที่รับใช้พระเจ้าอย่าสัตย์ซื่อ

จงหลีกเลี่ยงการเป็นที่สนใจของผู้อื่น
ขอบคุณพระเจ้าที่เตือนข้าพระองค์ไม่ให้นำพระคำของพระองค์มาสร้างชื่อเสียง ไม่ทำงานรับใช้พระเจ้าเพื่อความเด่นดังของตัวเอง

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คุณธรรมที่ครบถ้วนสมบูรณืของคริสเตียน

คุณธรรมภาคปฎิบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของคริสเตียน

1.ทนรับการทดลองโดยพึ่งในความเชื่อ

ยก. 1:2 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี
ยก. 1:3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง
ยก. 1:4 และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย
ยก. 1:5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ แล้วผู้นั้นก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ
ยก. 1:6 แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่สงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา
ยก. 1:7 ผู้นั้นจงอย่าคิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย
ยก. 1:8 เขาเป็นคนสองใจไม่มั่นคงในบรรดาทางที่ตนประพฤตินั้น
ยก. 1:9 ให้พี่น้องที่ต่ำต้อยโอ้อวดในการที่พระเจ้าทรงเชิดชูเขา
ยก. 1:10 และคนมั่งมีก็จงโอ้อวดเมื่อตกต่ำลง เพราะว่าเขาจะต้องล่วงลับไปดุจดอกหญ้า
ยก. 1:11 เพราะเมื่อตะวันขึ้น ความร้อนอันแรงกล้าก็กระทำให้หญ้าเหี่ยวแห้งไป และดอกหญ้าก็ร่วงหล่น และความงามของมันสูญสิ้นไป คนมั่งมีก็จะเสื่อมสูญไปกลางคันเช่นกัน
ยก. 1:12 คนที่อดทนต่อการทดลองใจก็เป็นสุข เพราะเมื่อปรากฏว่าผู้นั้นทนได้แล้ว เขาจะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้แก่คนทั้งหลายที่รักพระองค์

2.ผู้ที่บังเกิดจากพระเจ้าย่อมต้านทานการล่อลวง

ยก. 1:13 อย่าให้คนที่ถูกล่อลวงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงล่อลวงข้าพเจ้า” เพราะว่าพระเจ้าจะไม่ถูกความชั่วล่อลวง และพระองค์เองก็ไม่ทรงล่อลวงใครเลย
ยก. 1:14 แต่ทุกคนถูกล่อลวงด้วยตัณหาของตัวเอง คือถูกตัณหานั้นล่อลวงและชักนำ
ยก. 1:15 เมื่อตัณหาฟักตัวขึ้นแล้วก็ก่อให้เกิดบาป และเมื่อบาปเจริญเต็มที่แล้วก็ก่อให้เกิดความตาย
ยก. 1:16 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า อย่าถูกหลอกเลย
ยก. 1:17 ของประทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้างแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง
ยก. 1:18 เมื่อตั้งพระทัยแล้ว พระองค์ทรงให้เราบังเกิดด้วยพระวจนะแห่งความจริง เพื่อให้เราเป็นผลิตผลแรกของสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงสร้าง

3.ดำเนินชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้าโดยพึ่งพระตำที่ปลูกฝังไว้แล้วตามกฎบัญญัติแห่งเสรีภาพที่ครบถ้วน

ยก. 1:19 ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงทราบข้อนี้ จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ
ยก. 1:20 เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้เกิดความชอบธรรมแห่งพระเจ้า
ยก. 1:21 เหตุฉะนั้นจงเลิกความโสมมทั้งหลายแหล่ และการชั่วร้ายอันดกดื่น และจงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น ซึ่งสามารถช่วยจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายให้รอดได้
ยก. 1:22 แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการลวงตนเอง
ยก. 1:23 เพราะว่าถ้าผู้ใดฟังพระวจนะ และไม่ได้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตัวในกระจกเงา
ยก. 1:24 เพราะว่าเมื่อดูตัวเองแล้วก็ไป และก็ลืมในทันทีนั้นว่าตัวเองเป็นอย่างไร
ยก. 1:25 แต่ผู้ที่พิจารณาดูในวิสุทธิบัญญัติ ซึ่งเป็นพระบัญญัติแห่งเสรีภาพ และตั้งอยู่ในพระบัญญัตินั้น มิได้เป็นผู้ฟังแล้วก็หลงลืม แต่เป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตาม ผู้นั้นก็จะได้รับความสุขเพราะการประพฤติปฏิบัติของตน
ยก. 1:26 ถ้าผู้ใดเข้าใจว่าตัวเป็นคนมีธัมมะและมิได้สงบปากคำ แต่หลอกลวงตัวเอง ธัมมะของผู้นั้นก็ไม่มีประโยชน์
ยก. 1:27 ธัมมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระบิดานั้น คือการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก

4.ไม่ปฎิบัติต่อกันในท่มกลางพี่น้องด้วยการเลือกหน้าคน

ยก. 2:1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ด้วยเหตุที่ท่านมีความเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งพระสิรินั้น จงอย่าลำเอียง
ยก. 2:2 เพราะว่าถ้ามีคนหนึ่งสวมแหวนทองคำและแต่งตัวดีเข้ามาในที่ประชุมของท่าน และมีคนจนคนหนึ่งแต่งตัวซอมซ่อเข้ามาด้วย
ยก. 2:3 และท่านสนใจคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี และกล่าวโอภาปราศรัยกับเขาว่า “เชิญท่านนั่งที่นี่เถิด” ในขณะเดียวกันท่านก็พูดกับคนจนนั้นว่า “แกจงยืนอยู่ที่นั่น” หรือ “จงนั่งแทบเท้าของเราเถิด”
ยก. 2:4 ท่านมิแบ่งชั้นวรรณะ และวินิจฉัยด้วยใจชั่วหรือ
ยก. 2:5 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับมรดกแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้ แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ
ยก. 2:6 แต่ท่านทั้งหลายได้ดูถูกคนจน ไม่ใช่คนมั่งมีหรือที่กดขี่ข่มเหงท่าน ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่ลากตัวท่านไปขึ้นศาล
ยก. 2:7 ไม่ใช่เขาเหล่านั้นหรือที่สบประมาทพระนามอันประเสริฐซึ่งใช้เรียกท่าน
ยก. 2:8 ถ้าท่านทั้งหลายบำเพ็ญตนตามพระบัญญัติโดยแท้จริง ตามพระคัมภีร์ที่ว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง แล้ว ท่านทั้งหลายก็ประพฤติดีอยู่
ยก. 2:9 แต่ถ้าท่านทั้งหลายลำเอียง ท่านก็กระทำบาป และว่าตามธรรมบัญญัติท่านก็กระทำผิด
ยก. 2:10 เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด
ยก. 2:11 ด้วยว่าพระองค์ผู้ได้ตรัสว่า เจ้าอย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา ก็ได้ตรัสไว้ด้วยว่า เจ้าอย่าฆ่าคน แม้ท่านไม่ได้ล่วงประเวณีแต่ได้ฆ่าคน ท่านก็เป็นผู้ละเมิดธรรมบัญญัติ
ยก. 2:12 ท่านทั้งหลายจงพูดและจงกระทำ เช่นผู้ที่จะได้รับการพิพากษาด้วยกฎแห่งเสรีภาพ
ยก. 2:13 เพราะว่าการพิพากษาย่อมไม่กรุณาต่อผู้ที่ไม่แสดงความกรุณา แต่ความกรุณาย่อมมีชัยเหนือการพิพากษา

5.เป็นผู้ชอบธรรมเพราะการประพฤติในความสัมพันทามกลางพี่น้อง

ยก. 2:14 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า แม้ผู้ใดจะว่าตนมีความเชื่อ แต่ไม่ประพฤติตามจะได้ประโยชน์อะไร ความเชื่อของเขาจะช่วยเขาให้รอดได้หรือ
ยก. 2:15 ถ้าพี่น้องชายหญิงคนใดขัดสนเครื่องนุ่งห่มและอาหารประจำวัน
ยก. 2:16 และมีคนใดในพวกท่านกล่าวแก่เขาว่า “เชิญไปเป็นสุขเถิด ขอให้อบอุ่นและอิ่มเถิด” และไม่ได้ให้สิ่งที่เขาขัดสนนั้น จะเป็นประโยชน์อะไร
ยก. 2:17 ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ประพฤติตามก็ไร้ผล
ยก. 2:18 แต่บางคนจะกล่าวว่า “คนหนึ่งมีความเชื่อแต่อีกคนหนึ่งมีการประพฤติ” จงแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่าน ที่ไม่มีการประพฤติตาม และด้วยการประพฤติตาม ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้า
ยก. 2:19 ท่านเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง นั่นก็ดีอยู่แล้ว แม้พวกปีศาจก็เชื่อ และกลัวจนตัวสั่น
ยก. 2:20 แน่ะคนโฉดเขลา ท่านต้องการให้พิสูจน์หรือว่า ความเชื่อที่ไม่ประพฤติตามนั้นไร้ผล
ยก. 2:21 เมื่ออับราฮัมบิดาของเรา ได้พาอิศอัคบุตรของท่านมาถวายบนแท่นบูชา จึงได้ความชอบธรรมเพราะการประพฤติไม่ใช่หรือ
ยก. 2:22 ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ความเชื่อมีกำลังร่วมกับการประพฤติตามของท่าน และความเชื่อนั้นจะบริบูรณ์ด้วยการประพฤติ
ยก. 2:23 และพระคัมภีร์ก็สำเร็จที่ว่า อับราฮัมเชื่อพระเจ้า และพระองค์ทรงถือว่า ความเชื่อนั้นเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน และท่านได้ชื่อว่า เป็นสหายของพระเจ้า
ยก. 2:24 ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ผู้ใดจะเป็นคนชอบธรรมได้ ก็เนื่องด้วยการประพฤติ และมิใช่ด้วยความเชื่อเพียงอย่างเดียว
ยก. 2:25 เช่นเดียวกัน ราหับหญิงแพศยาก็ได้ความชอบธรรมเนื่องด้วยความประพฤติมิใช่หรือ เมื่อนางได้รับรองผู้ส่งข่าวเหล่านั้น และส่งเขาไปเสียทางอื่น
ยก. 2:26 เพราะกายที่ปราศจากจิตวิญญาณนั้นไร้ชีพแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากการประพฤติตามก็ไร้ผลฉันนั้น

ุ6.การยับยั้งลิ้นไว้

ยก. 3:1 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า อย่าให้เป็นอาจารย์กันมากหลายคนเลย เพราะท่านก็รู้ว่า เราทั้งหลายที่เป็นผู้สอนนั้น จะได้รับการทรงพิพากษาที่เข้มงวดกว่าผู้อื่น
ยก. 3:2 เพราะเราทุกคนทำผิดพลาดไปหลายๆ อย่าง ถ้าผู้ใดมิได้ทำผิดทางวาจา ผู้นั้นก็เป็นคนดีรอบคอบแล้ว และสามารถบังคับทั้งตัวไว้ได้ด้วย
ยก. 3:3 ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้มันเชื่อฟังเรา เราก็บังคับมันให้ไปไหนๆ ได้ทั้งตัว
ยก. 3:4 จงดูเรือด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเป็นเรือใหญ่ และถูกลมแรงพัดแล่นไป เรือก็ยังหันไปมาด้วยหางเสือเล็กๆ ตามใจนายท้ายที่จะให้ไปทางไหน
ยก. 3:5 ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ และอวดอ้างเรื่องใหญ่ๆ○จงดูเถิด ไฟนิดเดียวอาจเผาป่าใหญ่ให้ไหม้ได้หนอ
ยก. 3:6 และลิ้นนั้นก็เป็นไฟ ลิ้นเป็นโลกที่ไร้ธรรมในบรรดาอวัยวะของเรา เป็นเหตุให้ทั้งกายมลทินไปทำให้วัฏฏะแห่งชีวิตเผาไหม้ และมันเองก็ติดไฟโดยนรก
ยก. 3:7 เพราะสัตว์เดียรัจฉานทุกชนิด ทั้งนก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ในทะเลก็เลี้ยงให้เชื่องได้ และมนุษย์ก็ได้เลี้ยงให้เชื่องแล้ว
ยก. 3:8 แต่ลิ้นนั้นไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทำให้เชื่องได้ ลิ้นเป็นสิ่งชั่ว ที่อยู่ไม่สุขและเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย
ยก. 3:9 เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และด้วยลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์ ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ตามพระฉายาของพระองค์
ยก. 3:10 คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปากอันเดียวกัน ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น
ยก. 3:11 บ่อน้ำพุจะมีน้ำจืดและน้ำกร่อยพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ
ยก. 3:12 พี่น้องทั้งหลายต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกเทศได้หรือ หรือเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ บ่อน้ำพุเค็มก็ทำให้เกิดน้ำจืดอีกไม่ได้เลย

7.การประพฤติที่อยู่ในสติปัญญา

ยก. 3:13 ในพวกท่านผู้ใดเป็นคนฉลาดและมีปัญญา ก็ให้ผู้นั้นแสดงการประพฤติของตนด้วยพฤติกรรมอันดี มีใจอ่อนสุภาพประกอบด้วยปัญญา
ยก. 3:14 แต่ถ้าท่านรู้สึกขมขื่นเพราะมีใจริษยาและมักใหญ่ใฝ่สูง ก็อย่าโอ้อวดและอย่าทรยศต่อความจริง
ยก. 3:15 ปัญญาเช่นนี้ ไม่เหมือนปัญญาที่มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาอย่างโลกและเป็นโลกียวิสัย และเป็นเช่นปีศาจ
ยก. 3:16 เพราะว่าที่ใดมีความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง ที่นั่นก็วุ่นวายและมีการกระทำชั่วช้าลามกต่างๆ
ยก. 3:17 แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึงเป็นความสงบสุข สุภาพและว่าง่าย เปี่ยมด้วยความเมตตาและผลที่ดี ไม่ลำเอียง ไม่หน้าซื่อใจคด
ยก. 3:18 ผู้สร้างสันติสุข หว่านอย่างสันติ จึงได้เกี่ยวความชอบธรรม

8.ขจัดการรื่นเริงเลี้ยงเฮฮาแบบฝ่ายโลกแบบมารซาตาน

ยก. 4:1 อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ ที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน
ยก. 4:2 ท่านทั้งหลายอยากได้ แต่ไม่ได้ ท่านก็ฆ่ากัน ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ
ยก. 4:3 ท่านขอและไม่ได้รับ เพราะท่านขอผิด หวังได้ไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาของท่าน
ยก. 4:4 คนทุจริตเอ๋ย ไม่รู้หรือว่า การเป็นมิตรกับโลกนั้น คือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า เหตุฉะนั้น ผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับโลก ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า
ยก. 4:5 หรือท่านคิดว่าเป็นสิ่งไร้สาระหรือ ที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระองค์ทรงเป็นห่วงวิญญาณที่ได้ทรงประทานให้อยู่ในเราทั้งหลาย”
ยก. 4:6 แต่พระองค์ก็ได้ทรงประทานพระคุณเพิ่มขึ้นอีก เหตุฉะนั้น พระคัมภีร์จึงกล่าวว่า พระเจ้าทรงต่อสู้ผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานพระคุณแก่คนที่ใจถ่อม
ยก. 4:7 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า จงต่อสู้กับมาร และมันจะหนีท่านไป
ยก. 4:8 ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน คนบาปทั้งหลายเอ๋ย จงชำระมือให้สะอาด และคนสองใจ จงชำระใจของตนให้บริสุทธิ์
ยก. 4:9 จงเป็นทุกข์โศกเศร้าและร้องไห้ จงให้การหัวเราะกลับกลายเป็นการโศกเศร้า และความปีติยินดีกลับกลายเป็นความเศร้าสลด
ยก. 4:10 ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น

9.ไม่วิพากษ์วิจารณ์นินทาใส่ร้ายพี่น้อง

ยก. 4:11 พี่น้องทั้งหลายอย่าใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ผู้ใดที่พูดใส่ร้ายพี่น้องหรือตัดสินพี่น้องของตน ผู้นั้นก็กล่าวร้ายต่อธรรมบัญญัติ และตัดสินธรรมบัญญัติ แต่ถ้าท่านตัดสินธรรมบัญญัติ ท่านก็ไม่ใช่ผู้ที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติ แต่เป็นผู้ตัดสิน
ยก. 4:12 มีผู้ทรงตั้งธรรมบัญญัติและผู้ทรงพิพากษาตัดสินแต่เพียงองค์เดียว คือพระองค์ผู้ทรงสามารถช่วยเราให้รอดได้ และทรงสามารถทำลายเราได้ แต่ท่านเป็นผู้ใดเล่า ท่านจึงตัดสินเพื่อนบ้านของท่าน

10.ไม่วางใจในความประสงค์ของตัวเอง แต่วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า

ยก. 4:13 นี่แน่ะท่านที่พูดว่า “วันนี้หรือพรุ่งนี้เราจะเข้าไปในเมืองนี้เมืองนั้น และจะอยู่ที่นั่นปีหนึ่ง และจะค้าขายได้กำไร”
ยก. 4:14 แต่ว่าท่านไม่รู้เรื่องของพรุ่งนี้ ชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่า ท่านก็เป็นเช่นหมอกที่ปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป
ยก. 4:15 แทนที่จะพูดเช่นนั้นท่านทั้งหลายควรจะพูดว่า “ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรด เราจะมีชีวิตอยู่ และจะกระทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น”
ยก. 4:16 ตามความจริงท่านทั้งหลายโอ้อวดด้วยความทะนงตน การโอ้อวดทุกอย่างเช่นนี้เป็นความชั่ว
ยก. 4:17 เหตุฉะนั้นผู้ใดรู้ว่าอะไรเป็นความดีและไม่ได้กระทำ คนนั้นจึงมีบาป

ยก. 5:1 นี่แน่ะท่านผู้มั่งมี จงร้องไห้โอดครวญเพราะความวิบัติซึ่งจะเกิดกับท่าน
ยก. 5:2 ทรัพย์สมบัติของท่านก็ผุพังไปแล้ว และตัวแมลงก็กัดกินเสื้อผ้าของท่าน
ยก. 5:3 ทองและเงินของท่านก็เกิดสนิม และสนิมนั้นก็จะเป็นพยานหลักฐานการกระทำของท่าน และจะเผาผลาญเลือดเนื้อท่านดุจไฟ ท่านได้ส่ำสมสมบัติไว้แล้วสำหรับอวสานกาล
ยก. 5:4 นี่แน่ะ ค่าจ้างของคนที่ได้เกี่ยวข้าวในนาของท่านซึ่งท่านได้ฉ้อโกงไว้นั้น ก็ร้องฟ้องขึ้น และเสียงร้องทุกข์ของคนที่เกี่ยวข้าวนั้น ได้ทรงทราบถึงพระกรรณขององค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาแล้ว
ยก. 5:5 ท่านมีชีวิตอยู่ในโลกอย่างฟุ่มเฟือยและสนุกสนาน ท่านได้บำเรอจิตใจของท่านไว้รอวันประหาร
ยก. 5:6 ท่านได้ตัดสินลงโทษ และได้ฆ่าคนชอบธรรม เขาก็ไม่ได้ต่อต้านท่าน

11.รอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาด้วยความอดทนนาน

ยก. 5:7 เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงอดทนจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมา จงดูชาวนารอคอยผลอันล้ำค่าที่จะได้จากแผ่นดิน เพียรคอยจนกระทั่งมีฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดู
ยก. 5:8 ท่านทั้งหลายก็จงอดทนเช่นนั้นเหมือนกัน จงตั้งอกตั้งใจให้ดี เพราะใกล้จะถึงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาแล้ว
ยก. 5:9 พี่น้องทั้งหลาย จงอย่าบ่นว่ากันและกัน เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกทรงพิพากษา จงดูองค์พระผู้พิพากษาทรงประทับยืนอยู่ที่ประตูแล้ว
ยก. 5:10 พี่น้องทั้งหลาย จงเอาแบบอย่างในการทนทุกข์และการอดทนของผู้เผยพระวจนะ ผู้ได้กล่าวความในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ยก. 5:11 จงดู เราถือว่าผู้ที่อดทนก็เป็นสุข ท่านได้รู้เรื่องความอดทนของโยบ และได้เห็นแล้วว่าในที่สุดปลายนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณาสักเท่าใด

12.สัตย์จริงในคำพูด ละเว้นในการสาบาน

ยก. 5:12 ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ จงอย่าสบถสาบาน อย่าอ้างฟ้าสวรรค์หรือแผ่นดินโลก หรือสิ่งอื่นๆ แต่ที่ควรว่าใช่ก็จงว่าใช่ ที่ควรว่าไม่ก็จงว่าไม่ เพื่อท่านจะไม่ถูกลงโทษ

13.มีภาคปฎิบัติที่ดีสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิตคริสตจักร

ยก. 5:13 มีผู้ใดในพวกท่านทนทุกข์หรือ จงให้ผู้นั้นอธิษฐาน มีผู้ใดร่าเริงยินดีหรือ จงให้ผู้นั้นร้องเพลงสรรเสริญ
ยก. 5:14 มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ยก. 5:15 และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้
ยก. 5:16 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล
ยก. 5:17 ท่านเอลียาห์ก็เป็นมนุษย์ที่มีสภาพเหมือนกับเราทั้งหลาย และท่านได้อธิษฐานด้วยความเชื่ออันแรงกล้าขอไม่ให้ฝนตก และฝนก็ไม่ตกต้องแผ่นดินถึงสามปีกับหกเดือน
ยก. 5:18 และท่านได้อธิษฐานขออีกครั้งหนึ่ง และฟ้าสวรรค์ได้ประทานฝนให้ และแผ่นดินจึงได้ผลิตพืชผลต่างๆ
ยก. 5:19 พี่น้องของข้าพเจ้า ถ้าคนใดในพวกท่านหลงผิดไปจากความจริง และผู้ใดชักจูงเขาให้เขากลับใจเสียใหม่
ยก. 5:20 จงให้ผู้นั้นรู้เถิดว่า ผู้ที่ช่วยคนบาปคนหนึ่งให้พ้นจากทางผิดของเขานั้น ก็ได้ช่วยจิตวิญญาณของเขาให้รอดพ้นจากความตาย และได้กำจัดบาปเสียมากมาย

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำเตือนจากพระเจ้าถึงมนุษย์ในยุคสุดท้าย

ยด. 1:14 คน​เหล่า​นี้​แหละ​ที่​เอ​โนคซึ่ง​เป็น​คน​ชั่ว​อายุ​ที่​เจ็ด​นับ​จาก​อา​ดัม​พยา​กรณ์​ไว้​ว่า นี่​แน่ะ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กำ​ลัง​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​ผู้​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​องค์​นับ​เป็น​หมื่นๆ
ยด. 1:15 เพื่อ​ทำ​การ​พิพาก​ษา​ทุก​คน และ​เพื่อ​ทำ​ให้​คน​อธรรม​ทุก​คน​สำ​นึก​ตัว​ถึง​การ​อธรรม​ทุก​อย่าง ที่​พวก​เขา​ทำ​ไป​ตาม​วิถี​ทาง​อธรรม​นั้น และ​สำ​นึก​ตัว​ถึง​ความ​หยาบ​ช้า​ทั้ง​หมด ที่​คน​บาป​ชั่ว​ได้​กล่าว​ร้าย​ต่อ​พระ​องค์
ยด. 1:16 คน​เหล่า​นี้​เป็น​พวก​ช่าง​บ่น​ช่าง​ติ ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ความ​ปรารถ​นา​ชั่ว​ของ​ตัว​เอง และ​ปาก​ของ​พวก​เขา​คุย​โว​โอ้​อวด และ​ยก​ยอ​ผู้​อื่น​เพื่อ​หวัง​ประ​โยชน์​ของ​ตน
ยด. 1:17 แต่​ว่า​ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย พึง​ระลึก​ถึง​คำ​พยา​กรณ์​ของ​พวก​อัคร​ทูต​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา
ยด. 1:18 ท่าน​เหล่า​นั้น​บอก​ท่าน​ว่า “ใน​วาระ​สุด​ท้าย​จะ​มี​คน​ที่​ชอบ​เยาะ​เย้ย​เกิด​ขึ้น ที่​ดำ​เนิน​ชีวิต​ตาม​ความ​ปรารถ​นา​ชั่ว​ของ​ตัว​เอง”
ยด. 1:19 คน​เหล่า​นี้​คือ​คน​ที่​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​แตก​แยก หมก​มุ่น​อยู่​ใน​โลกีย​วิสัย และ​ปราศ​จาก​พระ​วิญ​ญาณ
ยด. 1:20 แต่​ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย จง​สร้าง​ตัว​ของ​ท่าน​ขึ้น​บน​ความ​เชื่อ​อัน​บริ​สุทธิ์​ที่​สุด​ของ​ท่าน และ​จง​อธิษ​ฐาน​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์
ยด. 1:21 จง​รัก​ษา​ตัว​ให้​อยู่​ใน​ความ​รัก​ของ​พระ​เจ้า ขณะ​คอย​ให้​พระ​เมต​ตา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​นำ​ท่าน​ไป​สู่​ชีวิต​นิรันดร์
ยด. 1:22 และ​จง​มี​ใจ​เมต​ตา​คน​ที่​ยัง​สง​สัย​อยู่
ยด. 1:23 จง​ช่วย​คน​ให้​รอด​ด้วย​การ​ฉุด​เขา​ออก​จาก​ไฟ และ​จง​เมต​ตา​ผู้​อื่น​ด้วย​ความ​ยำ​เกรง​พระ​เจ้า และ​จง​รัง​เกียจ​แม้​แต่​เสื้อ​ผ้า​ที่​เปรอะ​เปื้อน​ด้วย​กาย​ที่​เป็น​มล​ทิน
ยด. 1:24 แด่​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สา​มารถ​ปก​ป้อง​พวก​ท่าน​ไม่​ให้​สะ​ดุด​ล้ม และ​ทรง​ตั้ง​พวก​ท่าน​อยู่​เบื้อง​หน้า​พระ​สิริ​ของ​พระ​องค์ โดย​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ​และ​มี​ความ​ร่า​เริง​ยินดี
ยด. 1:25 ขอ​พระ​เกียรติ ความ​ยิ่ง​ใหญ่ อานุ​ภาพ และ​สิทธิ​อำ​นาจ จง​มี​แด่​พระ​เจ้า​องค์​เดียว ผู้​เป็น​พระ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด​ของ​เรา โดย​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา ทั้ง​ใน​อดีต​กาล ปัจจุ​บัน​กาล และ​ใน​กาล​ต่อๆ ไป​เป็น​นิตย์ อาเมน

ยูดาเป็นพระธรรมที่ล้ำลึกมากมายเตือนผู้รักพระเจ้าให้ระวังตัวพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งพร้อมผู้สุขงอมรุ่นแรกเป็นหมื่นคนขึ้นไปนับว่าเป็นกองทัพคนบริสุทธิ์เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ที่ยอมถวายตัวในโลกนี้เพื่อพระคริสต์อย่างแท้จริง.
ดังนั้นเราต้องพิจารณาตัวให้อยู่ในการใคร่ควรญอธิษฐานจดจ่ออยู่กับพระวจนะของพระคริสต์และรับใช้พี่น้องที่รักในพระคริสต์เหมือนพระเยซูคริสต์เจ้าของเราเอเมน.